สื่อเมืองเบียร์ปูด ‘โครส’ ส่ออำลาทีมชาติ

News

สื่อดังเมืองเบียร์ปูด โทนี โครส ส่อแววโบกมือลาทีมชาติเยอรมนี หลัง “อินทรีเหล็ก” จอดป้ายแค่รอบ 16 ทีมในศึกยูโร 2020 ระบุเจ้าตัวตัดสินใจแล้ว และเตรียมประกาศในเร็ว ๆ นี้
“บิลด์” สื่อดังในประเทศเยอรมนี รายงานว่า โทนี โครส กองกลางตัวเก๋าทีมชาติเยอรมนี ส่อแววอำลาทีมชาติหลัง “อินทรีเหล็ก” พ่าย “สิงโตคำราม” อังกฤษ 0-2 ตกรอบ 16 ทีมสุดท้ายในศึกยูโร 2020 เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา Read More

“ผีแดง”เล็งโละส่วนเกินหาทุนเสริมทัพ

News

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยักษ์ใหญ่แห่งศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ วางแผนขายนักเตะส่วนเกินออกจากทีมเพื่อระดมทุนซื้อแข้งใหม่มาเสริมทัพ โดย 2 ดาวดังอย่าง อองโตนี มาร์กซิยาล ดาวยิงเลือดน้ำหอม และดอนนี ฟาน เดอ เบ็ค มิดฟิลด์ชาวดัตช์ ก็อยู่ในข่ายที่มีสิทธิจะโดนขายทิ้งเช่นกัน “เดลี เมล์” สื่อดังเมืองผู้ดี เผยว่า หลายสโมสรให้ความสนใจ มาร์กซิยาล และฟาน เดอ เบ็ค รวมทั้งได้มีการทาบทามเข้ามาบ้างแล้ว ซึ่ง แมนฯ ยูไนเต็ด ก็พร้อมจะขายเสียด้วยหากได้ค่าตัวที่สมน้ำสมเนื้อเพื่อนำเงินค่าตัวไปไล่ล่าสตาร์ดังอาทิ เจดอน ซานโช ปีกจอมพลิ้วของ โบรุสเซีย ดอร์ตมุนด์ เข้ามาเสริมแกร่ง Read More

Kerri ลูกสาวของ Casey Kasem หวังว่าพอดคาสต์ใหม่เกี่ยวกับความตายที่ขัดแย้งกันของดารา ‘ruffles some feathers’

Movies News

ปีสุดท้ายของเคซี่ย์ เกษม ซึ่งรวมถึงการเสียชีวิตที่ขัดแย้งของเขา กำลังถูกสำรวจในพอดคาสต์ที่น่าตกใจ
ซีรีส์เรื่องใหม่จาก Audible ในชื่อ “Bitter Blood: Kasem vs. Kasem” สัญญาว่าจะให้รายละเอียดข้อมูลเชิงลึกที่น่าประหลาดใจเกี่ยวกับเหตุการณ์ก่อนการจากไปของตำนานวิทยุและคดีความถึงแก่กรรมโดยมิชอบในท้ายที่สุดที่ลูกคนโตสามคนและพี่ชายของเขายื่นฟ้องต่อภรรยาม่ายของเขา Deadline คอมรายงานตัว Read More

จีนแต่งตั้งคนสนิทสีจิ้นผิง เป็น‘ซาร์’คุมงานพัฒนา‘ชิป’ เดินหน้าเต็มตัวเพื่อแหวกวงล้อมของอเมริกา สู่การพึ่งตนเองทาง‘เซมิคอนดักเตอร์’

News

หลิว เหอ รองนายกรัฐมนตรีของจีน ซึ่งมีตำแหน่งเป็นสมาชิกคณะกรรมการกรมการเมืองของพรรคคอมมิวนิสต์ รวมทั้งเป็นคนวงในใกล้ชิดประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ด้วย ได้รับแต่งตั้งให้เป็น “ซาร์” ผู้รับผิดชอบดูแลเรื่องการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆ ทางด้านเซมิคอนดักเตอร์<!–more–>

 

“ความล้มเหลวไม่เคยอยู่ในสารบบเป็นทางเลือกหนึ่งของเรา” (Failure is not an option) เป็นวลีในตำนานที่ถูกโยงใยเข้ากับ ยีน แครนซ์ (Gene Kranz) และภารกิจการส่งยาน “อะปอลโล 13” ลงสู่ดวงจันทร์ ซึ่งเกิดความผิดพลาดอย่างร้ายแรง แต่ยังคงสามารถจบลงอย่างแฮปปี้ นี่ต้องขอบคุณวีรกรรมหลายๆ อย่างของทางศูนย์ควบคุมที่อยู่ภาคพื้นดิน

ในทำนองเดียวกัน การที่จีนเพิ่งประกาศแต่งตั้งรองนายกรัฐมนตรีผู้มีประสบการณ์สูงผู้หนึ่ง ให้เป็นผู้เรับผิดชอบควบคุมงานด้านไมโครชิป ก็ดูเหมือนจะเป็นการแสดงความมุ่งมั่นตั้งใจว่า จะต้องไม่มีข้อแก้ตัวใดๆ ให้หยิบยกเป็นข้ออ้างกันอีกแล้ว หากประสบความล้มเหลว

การที่ประเทศจีนตัดสินใจแต่งตั้ง “ซาร์ทางด้านชิป” ขึ้นมาเช่นนี้ ถือเป็นก้าวเดินล่าสุดของการผลักดันให้อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ของตนฝ่าฟันขึ้นสู่แถวหน้าให้ได้ แม้จะต้องเผชิญกับการที่สหรัฐฯคอยสร้างอุปสรรคขัดขวางด้วยการประกาศแซงก์ชั่นอย่างโหดๆ

ขณะที่จีนยังคงต้องเดินกันไปอีกไกลทีเดียว ในการวิ่งไล่ให้ทันสหรัฐฯ, ไต้หวัน, และเกาหลีใต้ แต่รองนายกรัฐมนตรีหลิว เหอ ก็ถือเป็นตัวเลือกที่มีคุณสมบัติเต็มพิกัด สำหรับการเป็นหัวหอกนำพาการพัฒนาของเทคโนโลยีเซมิคอนดักเตอร์แห่งอนาคต บิสซิเนสสแตนดาร์ด (Business Standard) สื่อหนังสือพิมพ์รายวันด้านธุรกิจที่เผยแพร่อยู่ในอินเดีย ประเมินเอาไว้เช่นนี้

หลิว เป็นผู้มีบทบาทนำการปฏิรูปเทคโนโลยีของจีน มาอย่างน้อยที่สุดก็ตั้งแต่ในปี 2018 จากการปฏิบัติหน้าที่เป็นหัวหน้าคณะผู้เจรจาของฝ่ายจีน ในการหารือทางการค้าสหรัฐฯ-จีนรอบแล้วรอบเล่า ขณะเดียวกันตำแหน่งแห่งที่ของเขาภายในแวดวงชั้นในที่รายรอบตัว สี จิ้นผิง เลขาธิการใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์จีนและประธานาธิบดีจีน ก็เป็นเครื่องรับประกันว่าข้อเสนอแนะคำรับรองของเขาจะเป็นที่รับฟังให้ความสำคัญ

ข้ารัฐการอาชีพซึ่งสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโททางด้านการบริหารรัฐกิจจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดในสหรัฐฯผู้นี้ ไม่ได้เป็นวิศวกร แต่เป็นผู้เชี่ยวชาญทางด้านเศรษฐศาสตร์และนโยบายอุตสาหกรรมมากกว่า

นี่หมายความว่า หลิวซึ่งปัจจุบันอยู่ในวัย 69 ปี จะต้องพึ่งพาพวกผู้เชี่ยวชาญ เมื่อมาถึงการตัดสินใจในส่วนที่เขาดูแลอยู่ อันได้แก่ พวกวัสดุด้านเซมิคอนดักเตอร์, อุปกรณ์เครื่องมือและกระบวนการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับเซมิคอนดักเตอร์

ทว่าแทนที่จะทำเพียงแค่พยายามวิ่งไล่ตามคู่ต่อสู้ให้ทัน ยุทธศาสตร์ด้านชิปของหลิวนั้น น่าที่จะเป็นการสำรวจมองหาพื้นที่ต่างๆ ซึ่งพวกคู่แข่งยังไม่ทันมีความชำนิชำนาญ ด้วยความหวังว่าจีนจะสามารถเข้าไปครองฐานะนำในเทคโนโลยีเหล่านี้ได้ก่อน

มันเป็นแบบแผนวิธีการในทำนองเดียวกับที่ภารกิจสำรวจอวกาศของสาธารณรัฐประชาชนจีนใช้ปฏิบัติกันอยู่แล้ว เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา จีนเพิ่งเผยแพร่ภาพๆ แรกซึ่งถ่ายบนดาวอังคาร โดยเป็นส่วนหนึ่งของภารกิจในการเดินทางสำรวจดาวเคราะห์ ซึ่งมีชื่อว่า “เทียนเวิ่น-1” (Tianwen-1 interplanetary mission)

(เทียนเวิ่น-1 เป็นภารกิจส่งยานอวกาศไร้นักบินเดินทางไปยังดาวอังคาร โดยที่ยานสามารถแยกออกได้เป็น 5 ส่วน ได้แก่ ยานโคจรรอบดาวอังคาร, กล้องที่สามารถเคลื่อนที่โยกย้ายได้, ยานร่อนลงสู่พื้นผิวดาวอังคาร, กล้องที่ทิ้งลงมาจากอวกาศสู่ดาวอังคาร, และยานสำรวจดาวอังคาร “จู้หรง” และแต่ละส่วนต่างทำงานได้อย่างราบรื่นตามแผนการที่วางไว้ ดูเพิ่มเติมได้ที่https://en.wikipedia.org/wiki/Tianwen-1 -ผู้แปล)

ตามการอธิบายของ ทริเวียม (Trivium) บริษัทที่ปรึกษาซึ่งตั้งฐานอยู่ในปักกิ่ง ความสำเร็จครั้งนี้ เป็น “สิ่งที่ยืนยันให้เห็นความถูกต้องของการมุ่งโฟกัสไปยังการหาทางให้เกิดการพัฒนาแบบก้าวกระโดด” เป็นการโฟกัสไปที่พวกเทคโนโลยียุคต่อไป ซึ่งยังไม่มีประเทศใดที่มีความได้เปรียบอย่างชัดเจน

ในอีกด้านหนึ่ง หนังสือพิมพ์เซาท์ไชน่ามอร์นิ่งโพสต์ (South China Morning Post หรือ SCMP) รายงานว่า ผลผลิตด้านแผงวงจรรวม (integrated circuits หรือ IC) ของจีน เมื่อเดือนพฤษภาคม อยู่ในระดับสูงที่สุดเท่าที่เคยทำกันได้เมื่อวัดกันเฉพาะภายในเดือนๆ เดียว ทั้งนี้ตามข้อมูลของรัฐบาลส่วนกลางของจีน เรื่องเช่นนี้เกิดขึ้นมาได้สืบเนื่องจากปักกิ่งสั่งเดินหน้าเต็มที่ในการผลิตชิป อย่างชนิดไม่มีการเหนี่ยวรั้งใดๆ

ผลผลิตชิปของจีนในเดือนพฤษาคมนี้ พุ่งสูงขึ้นถึง 37.6% จากระยะเดียวกันของ 1 ปีก่อน โดยมีจำนวนอยู่ที่ 29,900 ล้านหน่วย ตัวเลขของสำนักงานสถิติแห่งชาติของจีน (National Bureau of Statistics) ระบุเอาไว้เช่นนี้

ขณะที่พวกผู้ผลิตชิปของจีน ยังคงไม่สามารถผลิตชิปค่อนข้างก้าวหน้าขนาด 14 นาโนเมตรเป็นปริมาณมากๆ ได้ (ชิปประเภทนี้เองเป็นตัวให้พลังในเครื่องไอโฟนรุ่นใหม่ๆ) แต่บริษัทออกแบบชิปและโรงงานผลิตชิปของแดนมังกร ก็สามารถที่จะผลิตแผงไอซีระดับเทคโนโลยีค่อนข้างเก่า ซึ่งใช้สำหรับพวกอุปกรณ์เครื่องใช้ภายในบ้าน ตลอดจนในรถยนต์ รายงานของ SCMP ระบุ

เมื่อรวมตลอดระยะ 5 เดือนแรกของปีนี้ จีนผลิตแผงไอซีได้ 139,900 ล้านหน่วย พุ่งสูงขึ้น 48.3% เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว ตัวเลขข้อมูลของทางการชี้

ตัวเลขข้อมูลล่าสุดนี้เป็นเครื่องยืนยันให้เห็นว่า จีนกำลังเดินหน้าเต็มตัวอย่างไม่มีการรั้งรอใดๆ ในการมุ่งไปสู่การพึ่งตนองให้ได้ในด้านเซมิคอนดักเตอร์ รายงานของ SCMP บอก

ในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ปักกิ่งยังได้ตัดสินใจยกเลิกชั่วคราวการจัดเก็บภาษีศุลกากรจากพวกชิ้นส่วนและวัสดุเซมิคอนดักเตอร์ โดยให้ระงับไปจนกระทั่งถึงปี 2030 SCMP รายงาน ทั้งนี้รัฐบาลจีนได้ประกาศแผนการอันทะเยอทะยานของตน ที่จะบ่มเพาะตลาดชิ้นส่วนชิปภายในประเทศที่มีมูลค่าถึง 237,000 ล้านดอลลาร์ ขึ้นมาให้สำเร็จภายในปี 2023

เวลาเดียวกัน หัวเว่ย เทคโนโลยีส์ บริษัทอุปกรณ์การสื่อสารรายใหญ่ที่สุดของจีน ก็แสดงความแน่วแน่เอาจริงในเรื่องการพัฒนาเซมิคอนดักเตอร์ชนิดที่สามารถขึ้นสู่ระดับแนวหน้าของโลกได้ ถึงแม้ถูกบีบคั้นจากการแซงก์ชั่นของสหรัฐฯอย่างสุดโหด ทั้งนี้ตามคำพูดของ แคเธอรีน เฉิน (Catherine Chen) กรรมการบริษัทและรองประธานอาวุโสคนหนึ่งของ หัวเว่ย นิกเคอิ เอเชีย (Nikkei Asia) รายงานเอาไว้เช่นนี้

เฉินบอกว่า บริษัทไม่ได้มีความตั้งใจใดๆ ที่จะปรับโครงสร้าง ไฮซิลิคอน (HiSilicon) กิจการในเครือซึ่งทำหน้าที่ดีไซน์ชิป ถึงแม้มีข้อเท็จจริงว่าบริษัทแห่งนี้ว่าจ้างพนักงานเอาไว้มากกว่า 7,000 คน และได้รับการคาดหมายว่าจะไม่สามารถร่วมสร้างรายรับใดๆ ได้อาจจะยาวนานเป็นปีๆ ทีเดียว

เธออธิบายว่า เนื่องจาก หัวเว่ย เป็นบริษัทในภาคเอกชนที่ไม่ได้เข้าจดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ จึงไม่ได้รับผลกระทบกระเทือนจากพลังภายนอก รวมทั้งคณะบริหารของหัวเว่ยก็แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนถึงความตั้งใจที่จะรักษา ไฮซิลิคอน เอาไว้

ทั้งนี้เมื่อเดือนพฤษภาคม 2020 รัฐบาลสหรัฐฯได้ประกาศข้อบังคับ ซี่งโดยหลักการแล้วคือการสั่งห้ามบริษัทต่างๆ ที่กำลังใช้ผลิตภัณฑ์หรือบริการทั้งหลายแหล่ที่ทำโดยอเมริกัน ไปทำธุรกิจกับหัวเว่ย

ผลที่เกิดขึ้นประการหนึ่งก็คือ บริษัทไต้หวันเซมิคอนดักเตอร์แมนูแฟคเจอริ่งคอมปานี (Taiwan Semiconductor Manufacturing Co. หรือ TSMC) ซึ่งเป็นผู้รับจ้างผลิตเซมิคอนดักเตอร์รายใหญ่ที่สุดในโลก ตลอดจนบริษัทอื่นๆ ต่างยุติไม่รับใบสั่งซื้อใหม่ๆ จากหัวเว่ยอีกต่อไป

การกระทำเช่นนี้ของฝ่ายอเมริกัน ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างดุเดือดจาก ปีเตอร์ เวนนิงค์ (Peter Wennink) ซีอีโอของ เอเอสเอ็มแอล โฮลดิ้ง (ASML Holding) ผู้ซึ่งบอกกับสื่อบลูมเบิร์ก (Bloomberg) ว่า การใช้มาตรการควบคุมการส่งออกมาเล่นงานจีน ไม่เพียงจะต้องประสบความล้มเหลวไม่สามารถหยุดชะงักความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีของแดนมังกรเท่านั้น แต่ยังส่งผลในทางย้อนแย้ง นั่นคือกลับมาสร้างความเสียหายให้แก่เศรษฐกิจสหรัฐฯอีกด้วย

ทั้งนี้ คำสั่งห้ามของสหรัฐฯนี้ทำให้จีนถูกสกัดกั้นไม่สามารถซื้อหาพวกอุปกรณ์เครื่องพิมพ์แผ่นวงจรอิเล็กทรอนิกส์ระดับก้าวหน้าไฮเทคจาก เอเอสเอ็มแอล ซึ่งเป็นบริษัทสัญชาติเนเธอร์แลนด์ที่เป็นผู้นำทางอุตสาหกรรมในเรื่องอุปกรณ์ประเภทนี้

“ผมเชื่อว่าการใช้มาตรการควบคุมการส่งออกไม่ใช่เป็นวิธีการที่ถูกต้องในการบริหารจัดการความเสี่ยงต่างๆ ในทางเศรษฐกิจของคุณหรอก ทั้งนี้ถ้าหากคุณวินิจฉัยแล้วว่ามีความเสี่ยงทางเศรษฐกิจเกิดขึ้นมา” เวนนิงค์ พูดเช่นนี้ระหว่างเข้าร่วมงานทางอุตสาหกรรมออนไลน์งานหนึ่ง เขายังกล่าวโต้แย้งต่อไปว่า ถ้า “คุณปิดกั้นไม่ให้จีนสามารถเข้าถึงเทคโนโลยี นั่นก็ยังจะพลอยทำให้พวกระบบเศรษฐกิจอื่นๆ ที่ไม่ใช่จีน ต้องสูญเสียตำแหน่งงานจำนวนมากและรายได้จำนวนมากไปด้วย”

ขณะที่มาตรการเช่นนี้ถึงแม้จะส่งผลทำให้จีนต้องใช้เวลายาวนานขึ้น ในการสร้างอุปกรณ์และเทคโนโลยีด้านเซมิคอนดักเตอร์ของตนเองขึ้นมา สืบเนื่องจากไม่สามารถเข้าถึงเทคโนโลยีต่างประเทศได้ แต่ในท้ายที่สุดแล้วพวกบริษัทที่ไม่ใช่บริษัทจีน ก็จะถูกปิดกั้นไม่สามารถเข้าสู่ตลาดชิปใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งได้เช่นกัน เวนนิงค์โวย

ถ้าพวกธุรกิจอเมริกันซึ่งมีการติดต่อต่างๆ กับจีนในเรื่องเซมิคอนดักเตอร์ ถูกตัดทิ้งกันทั้งยวงอย่างสมบูรณ์แบบแล้ว บางทีอาจจะทำให้ในสหรัฐฯสูญเสียยอดขายในระหว่าง 80,000 ล้าน ถึง 100,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ รวมทั้งตำแหน่ง 125,000 ตำแหน่งทีเดียว เวนนิงค์ กล่าวต่อ โดยอ้างอิงการประเมินของกระทรวงพาณิชย์อเมริกัน บลูมเบิร์กรายงาน

เอเอสเอ็มแอล ซึ่งอยู่ในฐานะเป็นผู้ผูกขาดในทางพฤตินัยในเรื่องอุปกรณ์เครื่องพิมพ์แผ่นวงจรอิเล็กทรอนิกส์ระดับเหนือชั้น ที่เรียกกันว่าadvanced extreme ultraviolet (EUV) lithography equipmentอันเป็นอุปกรณ์ซึ่งขาดไม่ได้ในการผลิตชิประดับล้ำยุคนั้น เวลานี้เป็นซัปพลายเออร์รายสำคัญยิ่งของ ซัมซุง อิเล็กรอนิกส์ และ ทีเอสเอ็มซี อยู่แล้ว ทว่าก็วางแผนเอาไว้ที่จะเจาะเข้าสู่ตลาดจีนอย่างลงลึกมากยิ่งขึ้นอีกด้วย

ปักกิ่งนั้นต้องการที่จะสร้างอุตสาหกรรมชิปขึ้นมาภายในประเทศซึ่งเหนือล้ำอยู่ในระดับเวิล์ลคลาส เพื่อจะได้ไม่ต้องพึ่งพิงเซมิคอนดักเตอร์นำเข้าจากต่างประเทศ แต่ความพยายามในเรื่องนี้จะมีโอกาสทำสำเร็จในเวลานี้ก็จำเป็นต้องมีอุปกรณ์EUV ชนิดหาจากเจ้าอื่นไม่ได้ของ เอสเอสเอ็มแอล รายงานของบลูมเบิร์กระบุ

ทว่าในตอนนี้บริษัทประสบความยากลำบากมากในการโน้มน้าวให้รัฐบาลเนเธอร์แลนด์ ยินยอมออกใบอนุญาตเพื่อส่งออกระบบนี้ไปให้จีนอีกครั้งหนึ่ง ท่ามกลางความตึงเครียดทางการค้าระหว่างสหรัฐฯกับจีนที่ยังไม่มีทีท่าจะคลี่คลายลง

บริษัทเซมิคอนดักเตอร์ แมนูแฟคเจอริ่ง อินเตอร์เนชั่นแนล คอร์ป (Semiconductor Manufacturing International Corp.หรือ SMIC) ซึ่งมีฐานะเหมือนเป็นผู้เชิญธงของจีนในเรื่องการผลิตชิป เวลานี้ยังถูกทิ้งอยู่เบื้องหลังห่างเป็นปีๆ จากพวกผู้นำของโลกอย่าง ทีเอสเอ็มซี และ ซัมซุง

มิหนำซ้ำคู่แข่งเหล่านี้ต่างไม่ได้อยู่นิ่งๆ เฉยๆ หากแต่ยังคงวิ่งตะบึงต่อไปอย่างรวดเร็ว ทีเอสเอ็มซีนั้นกำลังเตรียมที่จะลงทุนเป็นมูลค่าถึง 100,000 ล้านดอลลาร์ในช่วงระยะ 3 ปีข้างหน้า เพื่อยืดอายุฐานะเหนือกว่าคนอื่นๆ อย่างขาดลอยของตนเอาไว้ต่อไป เวลาเดียวกัน ซัมซุง และ อินเทลคอร์ป ของสหรัฐฯ ต่างก็เพิ่งประกาศแผนการในการใช้จ่ายอย่างมโหฬารเช่นเดียวกัน

กระนั้นก็ตาม เอสเอ็มไอซีก็เป็นผู้นำหน้าในการทำให้เป้าหมายของปักกิ่งกลายเป็นความจริงขึ้นมา และกำลังได้รับเงินทุนสนับสนุนจากทางการท้องถิ่นเพื่อก่อตั้งโรงงานมูลค่า 2,600 ล้านดอลลาร์ขึ้นที่เมืองเซินเจิ้น

อันที่จริงไม่ใช่เพียงแค่จีนเท่านั้น ยุโรปก็เช่นกัน กำลังวาดหวังที่จะสร้างหลักประกันขึ้นมา เพื่อที่ตนเองจะได้ต้องคอยพึ่งพาอาศัยคนอื่นลดน้อยลงในเรื่องไมโครชิป

สัปดาห์นี้เอง ในยุโรปเพิ่งมีการประกาศโครงการลงทุนตั้งโรงงานมูลค่ามากกว่า 1,600 ล้านยูโร เพื่อผลิตเซมิคอนดักเตอร์คุณภาพสูงขึ้นที่เมืองมิลาน ประเทศอิตาลี ทั้งนี้ตามรายงานของ อินโนเวชั่นออริจินส์ (InnovationOrigins)

โรงงานแห่งนี้จะผลิตแผ่นซิลิคอนที่มีเส้นผ่าศูนย์กลาง 300 มิลลิเมตร มันจะเป็นโรงงานแห่งแรกในรุ่นนี้ซึ่งตั้งขึ้นมาในอิตาลี และนับรวมทั่วทั้งยุโรปก็ยังคงถือว่าเป็น 1 ในเพียงไม่กี่แห่ง เจ้าของโรงงานแห่งนี้คือ เอสทีไมโครอิเล็กทรอนิกส์ (STMicroelectronicsเรียกย่อๆ ว่า STM) บริษัทร่วมของฝรั่งเศส-อิตาลี โดยที่รัฐบาลของทั้ง 2 ประเทศนี้ต่างถือหุ้นส่วนน้อยส่วนหนึ่งอยู่ในบริษัทแห่งนี้ด้วย

ในเวลาไล่เรี่ยกัน การรับมอบงานก่อสร้างโรงงานชิปแห่งหนึ่งในเมืองชตุทท์การ์ท, เยอรมนี เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ก็ถูกมองว่าอยู่ในบริบทเดียวกันนี้ โดยที่บริษัทบ็อช (Bosch) กำลังเริ่มต้นใช้โรงงานแห่งนี้ผลิตพวกเซมิคอนดักเตอร์ที่มีความประณีตซับซ้อนสำหรับใช้ในอุตสาหกรรมรถยนต์

นอกจากนั้น วุฒิสภาสหรัฐฯเวลานี้กำลังพิจารณาร่างกฎหมายซึ่งจะจัดสรรงบประมาณจำนวน 30,000 ล้านดอลลาร์ เพื่อเป็นเงินทุนให้แก่อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์อเมริกัน

รัฐสภาสหรัฐฯได้อนุมัติผ่านร่างกฎหมายคล้ายๆ กันนี้เมื่อฤดูร้อนที่ผ่านมา ทว่าไม่ได้มีการจัดสรรเงินทุนสำหรับสนับสนุน อย่างไรก็ตาม ขณะนี้พวกสมาชิกนิติบัญญัติอเมริกันกำลังเคลื่อนไหวในทางปฏิบัติการ ขณะที่ภาวะขาดแคลนชิปกำลังทำให้ส่งผลกระทบกระเทือนการผลิตรถยนต์อเมริกัน

รัสเซียอ้าง เรือรบยิงปืนเตือน-เจ็ตทิ้งระเบิดขู่เรือรบอังกฤษ ที่ไครเมีย

News

รัสเซียเผย เรือลาดตระเวนของพวกเขายิงปืนเตือนเรือรบของอังกฤษในทะเลดำ ขณะที่เครื่องบินเจ็ตทิ้งระเบิดขู่บนเส้นทางเดินทาง แต่ทางการอังกฤษยืนยัน ไม่มีเหตุการณ์เหล่านี้เกิดขึ้น<!–more–>

 

สำนักข่าว บีบีซี รายงานว่า กระทรวงกลาโหมของรัสเซียออกมาเปิดเผยในวันพุธที่ 23 มิ.ย. 2564 ว่าเรือลาดตระเวนของกองทัพลำหนึ่งยิงปืนเตือน ขณะที่เครื่องบินเจ็ตทิ้งระเบิดบนเส้นทางเดินเรือของ เรือพิฆาต ‘เอชเอ็มเอส ดีเฟนเดอร์’ ของสหราชอาณาจักร ซึ่งกำลังเดินทางห่างจากชายฝั่งแคว้นไครเมีย ที่รัสเซียเข้ายึดครองประมาณ 19 กม.

กระทรวงกลาโหมรัสเซียโจมตีฝ่ายอังกฤษด้วยว่า พฤติการณ์อันตรายของเรือรบที่แล่นเข้าสู่น่านน้ำของพวกเขา เป็นการละเมิดอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล อย่างร้ายแรง พร้อมทั้งเรียกร้องให้มีการสอบสวนลูกเรือของเรือ เอชเอ็มเอส ดีเฟนเดอร์ ด้วย

ก่อนหน้านี้นายโจนาธาน เบล นักข่าวของบีบีซีซึ่งได้รับเชิญให้ร่วมเดินทางไปกับ เอชเอ็มเอส ดีเฟนเดอร์ ก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น รายงานข่าวว่า เรือรบลำนี้ถูกกองทัพรัสเซียคุกคามขณะอยู่ในทะเลดำเพื่อมุ่งหน้าไปยังจอร์เจีย โดยเจ้าหน้าที่บนเรือมีการใช้วิทยุแจ้งเตือน และเตรียมความพร้อมเผื่อเกิดการเผชิญหน้ากัน

นายเบล บอกอีกว่า เขาเห็นเครื่องบินกว่า 20 ลำ บินอยู่เหนือเรือเอชเอ็มเอส ดีเฟนเดอร์ และมีเรือของหน่วยยามฝั่งรัสเซียอีก 2 ลำ แล่นห่างจากเรือของพวกเขาเพียง 100 ม. เท่านั้น

อย่างไรก็ตาม แถลงการณ์ของรัสเซียกับรายงานของนายเบล กลับสวนทางกับแถลงการณ์จากสำนักงานนายกรัฐมนตรีอังกฤษและกระทรวงกลาโหม ซึ่งยืนยันว่าไม่มีการเผชิญหน้าเกิดขึ้นแต่อย่างใด “ไม่มีการยิงปืนเตือนใส่ เอชเอ็มเอส ดีเฟนเดอร์ เรือราชนาวีลำนี้เดินทางผ่านน่านนี้ยูเครนอย่างถูกต้องตามกฎหมายระหว่างประเทศ”

“เราเชื่อว่ารัสเซียกำลังทดสอบยิงปืนในทะเลดำ” กระทรวงกลาโหมอังกฤษระบุผ่านทวิตเตอร์ “ไม่มีกระสุนถูกยิงตรงมายัง เอชเอ็มเอส ดีเฟนเดอร์ และเราไม่ยอมรับในคำกล่าวอ้างที่ว่า มีระเบิดถูกทิ้งลงมาบนเส้นทางเดินเรือลำนี้”

อนึ่ง เรือเอชเอ็มเอส ดีเฟนเดอร์ ออกเดินทางจากเมืองโอเดสซา ทางตอนใต้ของประเทศยูเครน เพื่อมุ่งหน้าไปยังประเทศจอร์เจีย ทำให้ต้องเดินทางผ่านน่านน้ำทางใต้ของคาบสมุทรไครเมีย ดินแดนของยูเครนที่ถูกรัสเซียควบรวมไปในปี 2557 และอ้างเป็นเจ้าของดินแดนและน่านน้ำแถบนี้ แต่นานาชาติโดยเฉพาะชาติตะวันตกไม่ให้การยอมรับ

แซม แอสการี แฟนหนุ่มของบริทนีย์ สเปียร์ส สนับสนุนนักร้องในชุด #FreeBritney ก่อนได้ยิน

Movies News

แซม แอสการี แฟนหนุ่มของบริทนีย์ สเปียร์ส แสดงต่อสาธารณชนว่าเขาสนับสนุนป๊อปสตาร์ ก่อนการพิจารณาคดีในศาลที่คาดว่าจะสูงของเธอในวันพุธ โดยสวมเสื้อ #FreeBritney บนโซเชียลมีเดียของเขา<!–more–>

 

ในสแน็ปอินโพสต์บน Instagram Story ของเขาเมื่อวันพุธ เขายังเพิ่มอิโมจิสิงโต ซึ่งดูเหมือนจะหมายถึงชื่อสัตว์เลี้ยง “สิงโต” ของเขาสำหรับนักร้อง

Spears วัย 39 ปี ถูกตั้งค่าให้ปรากฏตัวทางไกลที่การไต่สวนท่ามกลางการต่อสู้อย่างต่อเนื่องเพื่อแย่งชิงผู้พิทักษ์ของเธอ ซึ่งเกิดขึ้นตั้งแต่เธอพังทลายในปี 2008

Page Six รายงานเฉพาะเมื่อวันอังคารว่า Ashgari วัย 27 ปียังสนับสนุน Spears ซึ่งเขาออกเดทมาตั้งแต่ปี 2016 ด้วยหลังปิดประตู

ไทม์ไลน์ของการอนุรักษ์ของบริทนีย์ สเปียร์

“แซมได้รับการสนับสนุนอย่างมากสำหรับบริทนีย์” แหล่งข่าวบอกกับเรา “เขาช่วยเพิ่มความมั่นใจของเธอและรับรองกับเธอว่าทุกอย่างจะผ่านไปด้วยดี”

แหล่งข่าวกล่าวเสริมว่า “เขาติดตามขบวนการ #FreeBritney ทางออนไลน์มาระยะหนึ่งแล้ว และบอก Britney เสมอว่าเธอรักและสนับสนุนจากแฟนๆ มากแค่ไหน”

ขบวนการ #FreeBritney เริ่มต้นโดยแฟน ๆ ของนักร้อง “Gimme More” และสนับสนุนความเชื่อที่ว่าเธอถูกต่อต้านและขอความช่วยเหลือในโพสต์โซเชียลมีเดียของเธอ ซึ่งทีมของเธอปฏิเสธอย่างแข็งขัน

BRITNEY SPEARS จะปรากฏขึ้นจากระยะไกลที่การได้ยินของฝ่ายอนุรักษ์

“นักทฤษฎีสมคบคิดเหล่านี้ไม่รู้อะไรเลย” เจมี่ สเปียร์ส พ่อของสเปียร์สบอกกับเดอะโพสต์เมื่อเดือนสิงหาคม 2020 “โลกไม่มีเงื่อนงำ มันขึ้นอยู่กับศาลของแคลิฟอร์เนียที่จะตัดสินใจว่าอะไรดีที่สุดสำหรับลูกสาวของฉัน มันคือ ไม่ใช่ธุระของใคร”

มีรายงานว่า Spears พยายามถอดพ่อของเธอออกจากการเป็นผู้ปกครองมานานหลายปี แม้กระทั่งถึงจุดหนึ่งที่ปฏิเสธที่จะแสดง ปัจจุบัน Jodi Montgomery เป็นผู้พิทักษ์ตัวตนของเธอ ในขณะที่ Jamie แยกการควบคุมการเงินของนักร้องกับ Bessemer Trust อย่างเท่าเทียมกัน

BRITNEY SPEARS และความสัมพันธ์ของพ่อ JAMIE ของเธอนั้น “ซับซ้อน แต่สามารถแก้ไขได้”: แหล่งข่าว

รายงานใหม่ของ New York Times ที่เผยแพร่เมื่อวันอังคาร โดยกล่าวหาว่าเจมี่ “ควบคุม” ชีวิตของลูกสาวได้มากจนเขาถึงกับพูดได้ว่าตู้ครัวของเธอมีสีอะไร รายงานซึ่งอ้างถึงเอกสารลับที่เพิ่งเปิดเผยใหม่ ยังระบุด้วยว่า บริทนีย์ได้ร้องเรียนต่อพนักงานสอบสวนในศาลเมื่อปี 2559 ว่าเธอ “รู้สึกแย่ที่จะถูกเอาเปรียบ” และรู้สึกว่าเธอเป็น “คนทำงานและหาเงินจากเธอ แต่ทุกคนรอบตัวเธอล้วนแล้วแต่เป็นเธอ เงินเดือน”

บริษัทในสหราชอาณาจักรประสบปัญหาขาดแคลนพนักงานมากที่สุดในรอบสองทศวรรษหลังวิกฤตโคโรนาไวรัส

News

ผู้เชี่ยวชาญเตือนสหราชอาณาจักรเผชิญกับวิกฤตการจัดหางานครั้งเลวร้ายที่สุดในรอบ 20 ปี หลังจากที่เกรงว่าการระบาดใหญ่ของโคโรนาไวรัสอาจทำให้ตกงาน 4 ล้าน
ผู้เชี่ยวชาญเตือนบริษัทต่างๆ ที่เสนอราคาเพื่อฟื้นตัวจากปีนรกแห่งโควิด-19 ที่กำลังเผชิญกับวิกฤตการจัดหางานที่เลวร้ายที่สุดในรอบ 20 ปี Read More

นักแสดงไทม์สตีเฟน เกรแฮม เสนอตัวรับเลี้ยงเด็กหลังจากโศกนาฏกรรม

News

นักแสดงในตำนาน สตีเฟน เกรแฮม โบกมือให้โธมัส ทูกูส นักแสดงร่วมดาวรุ่ง This Is England หลังจากสัญญากับแม่ว่าเขาจะคอยดูแลเขาก่อนที่เธอจะตายอย่างอนาถ สตีเฟน เกรแฮมไม่ได้เป็นเพียงหนึ่งในนักแสดงที่เก่งที่สุดของประเทศ แต่ยังเป็นผู้ชายที่ใจดีอย่างไม่น่าเชื่ออีกด้วย Read More

หุ้น TRUE ตก!

Movies News

วันนี้หุ้น TRUE ตั้งแต่ตอนเปิดตลาดลดลงจากราคาปิดในวันก่อน 0.05 บาท โดยเปิดมาที่ 5 บาทและลงไปลึกสุดที่ 4.52 บาท ก่อนที่จะดีดกลับขึ้นมาได้เล็กน้อยในช่วงท้ายก่อนปิดตลาด โดยมาปิดที่ 4.56 บาทต่อหุ้น ลบไป 0.49 บาทหรือคิคเป็น 9.70 % ด้วยมูลค่าการซื้อขายประมาณ 3,642 ล้านบาท ต้องบอกว่า “เลือดสาดกันเลยที่เดียว”ลงอย่างรุนแรง ทั้งๆที่งบการเงินก็ออกมาดีกว่าปีก่อน  Read More

ชายในการแสดงในห้องพิจารณาคดีของ Jerry Springer ถูกฟ้องร้องหลังจากถูกกล่าวหาว่าทำร้ายร่างกายในลานจอดรถส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บ

Movies News

ชายคนหนึ่งที่ปรากฏตัวในรายการศาลของ Jerry Springer เรื่อง “Judge Jerry” กำลังฟ้อง NBC Universal โดยอ้างว่าการรักษาความปลอดภัยล้มเหลวในการป้องกันไม่ให้เขาถูกทำร้ายโดยผู้เข้าร่วมรายอื่นในรายการ Read More